Showing posts with label 02 - การฝึกสุนัข. Show all posts
Showing posts with label 02 - การฝึกสุนัข. Show all posts

2009-05-23

การเห่า & การฝึกนิสัยเห่า

การเห่าของสุนัข
  1. เห่าเพื่อเป็นการเตือน การเห่าแบบนี้อาจจะเป็นที่ต้องการกับเจ้าของบางคนเพราะเป็นการเห่าเมื่อเจอคนแปลกหน้าหรือผู้บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของเค้า
  2. เห่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ ส่วนใหญ่จะพบในลูกสุนัขเพื่อจะทำให้เราสนใจ แต่เราควรจะทำตรงข้ามกันคืออย่าสนใจ
  3. เห่าเพราะตื่นเต้นหรือเล่น เสียงเห่าลักษณะนี้จะสั้นและแหลม
  4. เห่าเพื่อแสดงตัว เหมือนกับเป็นการเห่าตอบสุนัขตัวอื่นๆ คล้ายๆจะบอกว่า "ฉันอยู่ที่นี่ไง"
  5. เห่าเพราะเบื่อ หรือเพื่อเป็นการปลดปล่อยพลังงาน สุนัขหลายพันธุ์ต้องการการออกกำลังกาย ไม่งั้นจะอึดอัดและหาทางออกโดยการเห่าหรือทำนิสัยเสียอย่างอื่นแทน เช่น ขุดดิน กัดแทะ เป็นต้น
  6. เห่าเพราะเหงาหรือรู้สึกกังวลใจ น้องหมาบางตัวติดเจ้าของมากหรืออาจมีการเปลี่ยนที่อยู่หรือสิ่งแวดล้อมใหม่จะเกิดความรู้สึกกังวลใจขึ้น
  7. เห่าเพราะตกใจ อาจเกิดจากการได้ยินเสียงแปลกๆ หรือเจออะไรที่ไม่คุ้นเคยอย่างหมาเห่าใบตองแห้ง นิสัยนี้เราควรจะต้องรีบแก้โดยเร็ว
การฝึกนิสัยการเห่าของสุนัข
สุนัขที่เห่าเวลามีคนมาส่งจดหมาย คนวิ่งผ่านหน้าบ้าน หรือเด็กขี่จักรยานผ่าน พวกมันจะมีความคิดว่าตัวเองนี่เก่งจริงๆ เพราะสามารถเห่าจนคนเหล่านี้ผ่านไปและนี่คือปัญหาเพราะมันจะถูกพัฒนาจนกลายเป็นนิสัย เราอาจจะแก้ไขโดยการป้องกันไม่ให้สุนัขเห็นคนภายนอกแต่นั้นไม่ใช่วิธีแก้ไขทั้งหมด
สิ่งแรกเราต้องไม่ให้รางวัลกับสุนัขที่กำลังเห่าไม่ว่ากรณีใดๆ เช่นเห่าเพื่อขอของกินถ้าเราให้สุนัขก็จะเห่าทุกครั้งเพื่อขอของกิน เราต้องหาสัณญาณที่จะทำให้เค้ารู้ว่าควรจะหยุดได้แล้ว เช่นคำว่า "พอแล้ว" การฝึกทำโดยเมื่อสุนัขเริ่มเห่าได้ครั้งสองครั้งให้เราดึงความสนใจของสุนัขมาที่เราโดยเคาะประตู(ถ้าอยู่ที่ประตู)เมื่อสุนัขหยุดเห่าให้พูดคำว่า "พอแล้ว" และให้รางวัลกับเค้าเช่นขนมหรือคำชมต่างๆ ถ้ายังไม่หยุดเห่าเอาขนมไปให้ดมใกล้ๆจมูกเมื่อเค้าหยุดให้พูดคำว่า "พอแล้ว" รออีกสักพักถ้ายังเงียบอยู่ก็ให้กินขนมหรือให้คำชมอีกครั้ง ย้ำคุณต้องมั่นใจว่าเค้าหยุดเห่าจริงๆถึงค่อยให้ ใช้น้ำเสียงเรียบๆอย่าตะโกนเพราะถ้าคุณตะโกนเค้าจะคิดว่าคุณร่วมเชียร์ด้วย
การออกกำลังกายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี สุนัขที่ได้รับการออกกำลังกายอย่างพอเหมาะมักจะไม่เห่า เพราะไม่เบื่อ หรือกระวนกระวายที่แน่ๆคือเหนื่อย ควรระลึกไว้เสมอว่าการฝึกทุกชนิดต้องใช้เวลาจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับคุณและความอดทนของคุณ หลีกเลี่ยงการทำโทษทางร่างกายเพราะนั่นจะทำให้เค้ากลัวคุณมากกว่าการเปลี่ยนนิสัย แต่ว่ามีสนัขบางชนิด

การฝึกนิสัยและสังเกตพฤติกรรมสุนัข

สุนัขเป็นสัตว์ที่สามารถสื่อสารกับมนุษย์หรือสุนัขอื่นๆ ผ่านการแสดงอากัปกิริยาต่างๆ นั่นรวมไปถึง การแสดงสีหน้าหลายๆแบบ การทำท่าหลายๆ อย่าง เช่นการส่งเสียง หรือวิธีการดมกลิ่นรับรู้ภาษามนุษย์ได้ สามารถฝึกสุนัขให้สื่อสารกับมนุษย์ได้ ช่วยงานมนุษย์ในด้านต่างๆมากมาย เช่น สุนัขตำรวจ สุนัขทหาร สุนัขนำทางคนตาบอด เป็นต้น

การแสดงความเป็นใหญ่มีพละกำลังมากกว่าเหนือคู่ต่อสู้
สุนัขจะยืนตัวตรงคอตั้ง ขาเหยียดตรง หางและหูตั้งขึ้น ทำอกตั้ง ขนรอบคอชูชัน และเป็นแนวยาวตลอดสันหลัง โบกหางไปมาอย่างช้าๆ พร้อมขู่คำราม ในทางกลับกันสุนัขตัวที่กำลังยอมแพ้ (หรือยอมจำนนต่อตัวที่เก่งกว่า) จะแสดงท่าว่า ข้านี้ตัวกระจ้อยร่อย หมดน้ำยาเหมือนลูกสุนัขตัวเล็กๆ และอาจจะนอนหงายท้อง หูรี่ ไม่สู้แต่อย่างไร พอถึงตรงนี้ต้องขออธิบายกันก่อนว่า สุนัขตัวโตมักจะสั่งสอนหรือดุลูกสุนัขตัวเล็กๆ แต่เขาจะไม่ทำร้ายเจ้าตัวน้อยอย่างแน่นอน

การแสดงการยอมแพ้
สุนัขตัวที่ยอมแพ้ว่าอีกตัวนั้นเก่งกว่าหรือเหนือกว่า หรือยอมรับและเกรงกลัวคนผู้เป็นเจ้าของ จะแสดงอาการยำเกรง ด้วยการเข้าไปหาสุนัขตัวที่เหนือกว่าหรือเจ้าของ ทางด้านข้าง โดยหมอบคลานเตี้ยติดพื้น หางตกแต่แกว่งไปมา นอกจากนี้ คุณยังจะพบอีกว่าเค้าจะชอบเลียมือเลียไม้ เลียเท้าหรืออาจเลยไปถึงหน้า ของผู้เป็นเจ้าของ หรือสุนัขตัวที่เหนือกว่า ถ้ามันทำได้ แต่ถ้าเขายังเห็นว่าที่แสดงออกมานี้ยังแสดงอาการเอาใจได้ไม่มากพอ พวกเค้าอาจจะเพิ่มอาการให้มากขึ้นไปอีก โดยลงไป กลิ้งหงายท้อง ซึ่งบางตัวอาจจะมีฉี่ออกมาด้วย

การแสดงความดีใจหรือเป็นมิตร
สุนัขจะกะดิกหาง หรือแกว่งหาง อย่างแรงจนก้นสบัดเป็นการแสดงอาการยินดีและความเป็นมิตร และลูกฝูงก็จะทำอากับกริยาดีใจเช่นนี้เหมือนกันต่อฝูง

การแสดงอาการโกรธ
สุนัขที่แสดงว่ากำลังโกรธ จะขู่คำราม แยกเขี้ยว หางที่โบกอย่างช้าๆเกร็งๆ อยู่ในระดับเดียวกับ หลังของสุนัข

การแสดงอาการกลัว
สุนัขที่แสดงอาการกลัว มีความกังวลใจ กลุ้มใจ จะทำส่วนหางที่ห้อยตกอยู่ระหว่างก้นของสุนัข หรือแกว่งอย่างเกร็งๆตกอยู่ระหว่างก้น

สุนัขที่ทำหูตั้ง
สุนัขที่กำลังทำหูตั้ง ตัวตรง แสดงว่ากำลังอยู่ในอาการที่เตรียมพร้อม ที่จะทำอะไร บางอย่าง หรือฟังเสียงอย่างตั้งอกตั้งใจอย่างเฝ้าระวังตลอดเวลา

สุนัขที่ทำหูลู่หรือตก
สุนัขที่กำลังทำหูลู่หรือตกไปข้างหลังเสมอกับแนวศรีษะ ก็จะบ่งบอกถึงว่า สุนัขกำลังดีใจ ยอมแพ้ หรือกลัว

สุนัขที่ทำตาหรี่
สุนัขที่กำลังทำตาหรี่แปลความหมายได้สองอย่าง คือถ้าไม่ได้กำลังมีความสุข ก็แสดงว่ากำลังยอมแพ้

สุนัขที่ทำตาเบิกกว้างและลุกโพลง
สุนัขที่ทำตาโตเบิกกว้างและลุกโพลงแสดงว่าสุนัขกำลังจะแสดงอาการก้าวร้าวหรือกำลังเริ่มโมโห เหมือนอย่างเช่นในฝูงสัตว์ป่า หัวหน้าฝูงแสดงอาการเช่นนี้เพื่อควบคุมและดูแลบรรดาลูกฝูงที่ไม่เชื่อฟัง โดยการจ้อง ทั้งสอง ฝ่ายจะจ้องตากันจนกว่าจะมีฝ่ายใดเข้าท้าทายหรือมีฝ่ายใดก้มหัว ฝ่ายที่ยอมแพ้ก็จะลดหัวของตนให้ก้มต่ำลงแล้วหันกลับออกไป อย่างไรก็ดี หากการประจันหน้าของสุนัขที่เหนือกว่าและตัวที่ด้อยกว่ายังคงดำเนินอยู่ต่อไป แม้ว่าสุนัขตัวที่ด้อยกว่าจะหลีกทาง ไปแล้ว สุนัขที่ด้อยกว่านั้นอาจจะรู้สึกสับสนและแว้งกัดออกไปเพื่อเอาชนะความกลัวก็ได้ และหากการทำสงครามทางสายตานี้ ไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด สุนัขตัวที่เหนือกว่าก็จะเข้าคุกคามและสั่งสอนอีกตัวด้วยการแยกเขี้ยวคำราม ขู่ หรือตรงเข้ากัดทันที

การจ้องตาสุนัข
สุนัขที่จ้องตากับสุนัข หรือสุนัขกับคน มีสองอย่างคือจ้องตากันแบบแสดงความรักความอบอุ่นต่อกัน หรือจ้องตาท้าทายเพื่อการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมแพ้ คุณไม่ควรจ้องตากับสุนัขที่กำลังหงุดหงิดหรือโมโห เพราะจะเป็นการยั่วยุให้สุนัข เริ่มตรงเข้าทำร้ายคุณ

สุนัขที่ว่าง่ายและสุนัขบางสายพันธุ์ที่เห็นชัดๆ อย่างเช่น ลาบราดอร์ ซึ่งเป็นสุนัขที่ทำหน้าเหมือนยิ้ม เวลาอ้าปาก เราจะเห็นฟันใต้กระพุ้งปากยานๆเผยอๆของเค้า อันนี้ดูเป็นมิตรดี แต่ในยามที่เค้าโมโห ปากของสุนัขลาบราดอร์ จะหุบเข้า เผยให้เห็นฟันขาวแวววาวทุกซี่ ซึ่งคุณจะได้ยินเสียงเค้าขู่ตามมา สำหรับสุนัขที่แสดงอาการอยากจะเล่น อาจจะแสดงพฤติกรรม ด้วยการเหยียดอุ้งเท้าตุ้มน้อยๆออกมาหา หรือชวนคุณเล่นผ้า และเค้าก็จะชอบเห่าเพื่อดึงดูดความสนใจ ส่วนกิริยาท่าทางอื่นๆ ของสุนัขที่สามารถสังเกตได้ก็อย่างเช่นชวนคุณเล่นของเล่น หรือไล่งับเพื่อนๆของเค้าเพื่อชวนให้เล่นวิ่งไล่กัน


เราต้องเป็นเจ้านาย
สุนัขเมื่อเข้าวัยหนุ่มสาวอายุได้ประมาณ 6 เดือน สุนัขเริ่มเป็นตัวของตัวเอง ไม่ทำตามคำสั่งที่เราเคยสอนให้ปฏิบัติตามอย่างคำสั่ง เช่น “นั่ง” , “หมอบ” หรือ “มานี่” ในช่วงนี้ สุนัขจะทดสอบสามารถของเจ้านาย ถ้าอ่อนแอหรือเขาแข็งแรงและมีพละกำลังมากกว่า สุนัขจะคิดว่าเขาจะเป็นผู้นำ แทนเราได้หรือไม่ ดังนั้นคุณมีหน้าที่ที่จะต้องสอน และฝึกฝน วินัยให้เขาและทำให้เค้ารู้ให้ได้ว่าสถานะของเค้านั้นอยู่ตรงไหน และแม้ว่าเขาจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่แล้ว คุณก็ควรจะฝึกวินัย ให้กับเขาเป็นระยะๆ และอย่าลืมว่าการชมเชยเป็นสิ่งสำคัญมากๆ(สุนัขทุกตัวชอบเหมือนกันหมด)

เมื่อสุนัขแสดงความเป็นใหญ่เหมือนเป็นจ่าฝูง ให้คุณรีบกำจัดความอหังการของเค้าลงไปเช่นการที่ลูกสุนัขแสดงท่าทาง หวงกระดูก หรือของกินกับคุณ อย่าปล่อยให้เขาทำพฤติกรรมนี้กับคุณ หากปล่อยเนิ่นนานไปมันอาจจะสายเกินแก้ พฤติกรรมของเขาหรืออาจกลายเป็นอันตรายหากสุนัขของคุณ ตัวโตจนคุณไม่สามารถบังคับได้ วิธีแก้ไข เวลาที่เค้ากำลังกิน อาหารให้ดึงชามข้าวเค้าออกมาบ้าง สุนัขควรยินยอมคุณแต่โดยดี หากเค้าแยกเขี้ยวคำราม หรืออยากจะกัดเรา คุณต้องกำราบเขา


การเปลี่ยนพฤติกรรมที่ก้าวร้าว
ถ้าลูกสุนัขแสดงความก้าวร้าว เช่น หวงอาหาร หวงของเล่น ขู่เวลาจับอาบน้ำ วิธีการสอนให้สุนัขรู้ว่าคุณคือเจ้านาย ก็คือการจับเค้านอนตะแคงราบไปกับพื้นแล้วใช้มือกดคอเค้าไว้ (เหมือนแม่งับคอลูกเพื่อสั่งสอน) ให้คุณกดไว้อย่างนี้จนกระทั่งเค้ายอมจำนน และคลายอารมณ์ลง (ให้ทำอย่างนี้หลายนาทีโดยเฉพาะที่ เป็นครั้งแรก) คุณจึงปล่อยมือออกมา แล้วอย่าลืมว่าให้พูดเรียกชื่อเค้าอย่างนุ่มนวลล่ะระหว่างเวลาที่คุณกดมือลงไป วิธีการกำราบนี้ใช้ได้เฉพาะเวลาที่ลูกสุนัขของคุณประพฤติตนในทางที่ไม่ควรเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ที่เค้าแยกเขี้ยวยิงฟัน ใส่คุณเวลาที่คุณแต่งตัวให้เค้า ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะเจ็บ เพราะวิธีการกำราบแบบนี้จะไม่ทำให้เค้าเจ็บ และนี่เป็นวิธเดียวกับที่สุนัขที่อยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่า แสดงออกและทำกับลูกฝูงตัวที่เด็กกว่าให้เจียมเนื้อเจียมตัว แต่อย่าลืมปล่อยมือออกจากคอเค้าก็แล้วกัน หากคุณเห็นว่าเค้ายอมคุณแล้ว แม้ว่าเค้าดิ้นตัวหนีคุณอย่างสุดกำลังก็ตาม

การฝึกนิสัยและสังเกตพฤติกรรมสุนัข

สุนัขเป็นสัตว์ที่สามารถสื่อสารกับมนุษย์หรือสุนัขอื่นๆ ผ่านการแสดงอากัปกิริยาต่างๆ นั่นรวมไปถึง การแสดงสีหน้าหลายๆแบบ การทำท่าหลายๆ อย่าง เช่นการส่งเสียง หรือวิธีการดมกลิ่นรับรู้ภาษามนุษย์ได้ สามารถฝึกสุนัขให้สื่อสารกับมนุษย์ได้ ช่วยงานมนุษย์ในด้านต่างๆมากมาย เช่น สุนัขตำรวจ สุนัขทหาร สุนัขนำทางคนตาบอด เป็นต้น

การแสดงความเป็นใหญ่มีพละกำลังมากกว่าเหนือคู่ต่อสู้
สุนัขจะยืนตัวตรงคอตั้ง ขาเหยียดตรง หางและหูตั้งขึ้น ทำอกตั้ง ขนรอบคอชูชัน และเป็นแนวยาวตลอดสันหลัง โบกหางไปมาอย่างช้าๆ พร้อมขู่คำราม ในทางกลับกันสุนัขตัวที่กำลังยอมแพ้ (หรือยอมจำนนต่อตัวที่เก่งกว่า) จะแสดงท่าว่า ข้านี้ตัวกระจ้อยร่อย หมดน้ำยาเหมือนลูกสุนัขตัวเล็กๆ และอาจจะนอนหงายท้อง หูรี่ ไม่สู้แต่อย่างไร พอถึงตรงนี้ต้องขออธิบายกันก่อนว่า สุนัขตัวโตมักจะสั่งสอนหรือดุลูกสุนัขตัวเล็กๆ แต่เขาจะไม่ทำร้ายเจ้าตัวน้อยอย่างแน่นอน

การแสดงการยอมแพ้
สุนัขตัวที่ยอมแพ้ว่าอีกตัวนั้นเก่งกว่าหรือเหนือกว่า หรือยอมรับและเกรงกลัวคนผู้เป็นเจ้าของ จะแสดงอาการยำเกรง ด้วยการเข้าไปหาสุนัขตัวที่เหนือกว่าหรือเจ้าของ ทางด้านข้าง โดยหมอบคลานเตี้ยติดพื้น หางตกแต่แกว่งไปมา นอกจากนี้ คุณยังจะพบอีกว่าเค้าจะชอบเลียมือเลียไม้ เลียเท้าหรืออาจเลยไปถึงหน้า ของผู้เป็นเจ้าของ หรือสุนัขตัวที่เหนือกว่า ถ้ามันทำได้ แต่ถ้าเขายังเห็นว่าที่แสดงออกมานี้ยังแสดงอาการเอาใจได้ไม่มากพอ พวกเค้าอาจจะเพิ่มอาการให้มากขึ้นไปอีก โดยลงไป กลิ้งหงายท้อง ซึ่งบางตัวอาจจะมีฉี่ออกมาด้วย

การแสดงความดีใจหรือเป็นมิตร
สุนัขจะกะดิกหาง หรือแกว่งหาง อย่างแรงจนก้นสบัดเป็นการแสดงอาการยินดีและความเป็นมิตร และลูกฝูงก็จะทำอากับกริยาดีใจเช่นนี้เหมือนกันต่อฝูง

การแสดงอาการโกรธ
สุนัขที่แสดงว่ากำลังโกรธ จะขู่คำราม แยกเขี้ยว หางที่โบกอย่างช้าๆเกร็งๆ อยู่ในระดับเดียวกับ หลังของสุนัข

การแสดงอาการกลัว
สุนัขที่แสดงอาการกลัว มีความกังวลใจ กลุ้มใจ จะทำส่วนหางที่ห้อยตกอยู่ระหว่างก้นของสุนัข หรือแกว่งอย่างเกร็งๆตกอยู่ระหว่างก้น

สุนัขที่ทำหูตั้ง
สุนัขที่กำลังทำหูตั้ง ตัวตรง แสดงว่ากำลังอยู่ในอาการที่เตรียมพร้อม ที่จะทำอะไร บางอย่าง หรือฟังเสียงอย่างตั้งอกตั้งใจอย่างเฝ้าระวังตลอดเวลา

สุนัขที่ทำหูลู่หรือตก
สุนัขที่กำลังทำหูลู่หรือตกไปข้างหลังเสมอกับแนวศรีษะ ก็จะบ่งบอกถึงว่า สุนัขกำลังดีใจ ยอมแพ้ หรือกลัว

สุนัขที่ทำตาหรี่
สุนัขที่กำลังทำตาหรี่แปลความหมายได้สองอย่าง คือถ้าไม่ได้กำลังมีความสุข ก็แสดงว่ากำลังยอมแพ้

สุนัขที่ทำตาเบิกกว้างและลุกโพลง
สุนัขที่ทำตาโตเบิกกว้างและลุกโพลงแสดงว่าสุนัขกำลังจะแสดงอาการก้าวร้าวหรือกำลังเริ่มโมโห เหมือนอย่างเช่นในฝูงสัตว์ป่า หัวหน้าฝูงแสดงอาการเช่นนี้เพื่อควบคุมและดูแลบรรดาลูกฝูงที่ไม่เชื่อฟัง โดยการจ้อง ทั้งสอง ฝ่ายจะจ้องตากันจนกว่าจะมีฝ่ายใดเข้าท้าทายหรือมีฝ่ายใดก้มหัว ฝ่ายที่ยอมแพ้ก็จะลดหัวของตนให้ก้มต่ำลงแล้วหันกลับออกไป อย่างไรก็ดี หากการประจันหน้าของสุนัขที่เหนือกว่าและตัวที่ด้อยกว่ายังคงดำเนินอยู่ต่อไป แม้ว่าสุนัขตัวที่ด้อยกว่าจะหลีกทาง ไปแล้ว สุนัขที่ด้อยกว่านั้นอาจจะรู้สึกสับสนและแว้งกัดออกไปเพื่อเอาชนะความกลัวก็ได้ และหากการทำสงครามทางสายตานี้ ไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด สุนัขตัวที่เหนือกว่าก็จะเข้าคุกคามและสั่งสอนอีกตัวด้วยการแยกเขี้ยวคำราม ขู่ หรือตรงเข้ากัดทันที

การจ้องตาสุนัข
สุนัขที่จ้องตากับสุนัข หรือสุนัขกับคน มีสองอย่างคือจ้องตากันแบบแสดงความรักความอบอุ่นต่อกัน หรือจ้องตาท้าทายเพื่อการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมแพ้ คุณไม่ควรจ้องตากับสุนัขที่กำลังหงุดหงิดหรือโมโห เพราะจะเป็นการยั่วยุให้สุนัข เริ่มตรงเข้าทำร้ายคุณ
สุนัขที่ว่าง่ายและสุนัขบางสายพันธุ์ที่เห็นชัดๆ อย่างเช่น ลาบราดอร์ ซึ่งเป็นสุนัขที่ทำหน้าเหมือนยิ้ม เวลาอ้าปาก เราจะเห็นฟันใต้กระพุ้งปากยานๆเผยอๆของเค้า อันนี้ดูเป็นมิตรดี แต่ในยามที่เค้าโมโห ปากของสุนัขลาบราดอร์ จะหุบเข้า เผยให้เห็นฟันขาวแวววาวทุกซี่ ซึ่งคุณจะได้ยินเสียงเค้าขู่ตามมา สำหรับสุนัขที่แสดงอาการอยากจะเล่น อาจจะแสดงพฤติกรรม ด้วยการเหยียดอุ้งเท้าตุ้มน้อยๆออกมาหา หรือชวนคุณเล่นผ้า และเค้าก็จะชอบเห่าเพื่อดึงดูดความสนใจ ส่วนกิริยาท่าทางอื่นๆ ของสุนัขที่สามารถสังเกตได้ก็อย่างเช่นชวนคุณเล่นของเล่น หรือไล่งับเพื่อนๆของเค้าเพื่อชวนให้เล่นวิ่งไล่กัน

เราต้องเป็นเจ้านาย
สุนัขเมื่อเข้าวัยหนุ่มสาวอายุได้ประมาณ 6 เดือน สุนัขเริ่มเป็นตัวของตัวเอง ไม่ทำตามคำสั่งที่เราเคยสอนให้ปฏิบัติตามอย่างคำสั่ง เช่น “นั่ง” , “หมอบ” หรือ “มานี่” ในช่วงนี้ สุนัขจะทดสอบสามารถของเจ้านาย ถ้าอ่อนแอหรือเขาแข็งแรงและมีพละกำลังมากกว่า สุนัขจะคิดว่าเขาจะเป็นผู้นำ แทนเราได้หรือไม่ ดังนั้นคุณมีหน้าที่ที่จะต้องสอน และฝึกฝน วินัยให้เขาและทำให้เค้ารู้ให้ได้ว่าสถานะของเค้านั้นอยู่ตรงไหน และแม้ว่าเขาจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่แล้ว คุณก็ควรจะฝึกวินัย ให้กับเขาเป็นระยะๆ และอย่าลืมว่าการชมเชยเป็นสิ่งสำคัญมากๆ(สุนัขทุกตัวชอบเหมือนกันหมด)
เมื่อสุนัขแสดงความเป็นใหญ่เหมือนเป็นจ่าฝูง ให้คุณรีบกำจัดความอหังการของเค้าลงไปเช่นการที่ลูกสุนัขแสดงท่าทาง หวงกระดูก หรือของกินกับคุณ อย่าปล่อยให้เขาทำพฤติกรรมนี้กับคุณ หากปล่อยเนิ่นนานไปมันอาจจะสายเกินแก้ พฤติกรรมของเขาหรืออาจกลายเป็นอันตรายหากสุนัขของคุณ ตัวโตจนคุณไม่สามารถบังคับได้ วิธีแก้ไข เวลาที่เค้ากำลังกิน อาหารให้ดึงชามข้าวเค้าออกมาบ้าง สุนัขควรยินยอมคุณแต่โดยดี หากเค้าแยกเขี้ยวคำราม หรืออยากจะกัดเรา คุณต้องกำราบเขา

การเปลี่ยนพฤติกรรมที่ก้าวร้าว
ถ้าลูกสุนัขแสดงความก้าวร้าว เช่น หวงอาหาร หวงของเล่น ขู่เวลาจับอาบน้ำ วิธีการสอนให้สุนัขรู้ว่าคุณคือเจ้านาย ก็คือการจับเค้านอนตะแคงราบไปกับพื้นแล้วใช้มือกดคอเค้าไว้ (เหมือนแม่งับคอลูกเพื่อสั่งสอน) ให้คุณกดไว้อย่างนี้จนกระทั่งเค้ายอมจำนน และคลายอารมณ์ลง (ให้ทำอย่างนี้หลายนาทีโดยเฉพาะที่ เป็นครั้งแรก) คุณจึงปล่อยมือออกมา แล้วอย่าลืมว่าให้พูดเรียกชื่อเค้าอย่างนุ่มนวลล่ะระหว่างเวลาที่คุณกดมือลงไป วิธีการกำราบนี้ใช้ได้เฉพาะเวลาที่ลูกสุนัขของคุณประพฤติตนในทางที่ไม่ควรเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ที่เค้าแยกเขี้ยวยิงฟัน ใส่คุณเวลาที่คุณแต่งตัวให้เค้า ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะเจ็บ เพราะวิธีการกำราบแบบนี้จะไม่ทำให้เค้าเจ็บ และนี่เป็นวิธเดียวกับที่สุนัขที่อยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่า แสดงออกและทำกับลูกฝูงตัวที่เด็กกว่าให้เจียมเนื้อเจียมตัว แต่อย่าลืมปล่อยมือออกจากคอเค้าก็แล้วกัน หากคุณเห็นว่าเค้ายอมคุณแล้ว แม้ว่าเค้าดิ้นตัวหนีคุณอย่างสุดกำลังก็ตาม

2009-05-22

การฝึกสุนัขเรื่องจำเป็นในชีวิตประจำวัน & การสั่งปฏิบัติตาม

การฝึกสุนัขสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ แบบที่ 1 เจ้าของสุนัขฝึกเองที่บ้าน แบบที่ 2 คือการส่งสุนัขเข้าโรงเรียนฝึกสุนัข แต่ในที่นี้เราจะกล่าวกันถึงการที่เราจะฝึกสุนัขกันด้วยตัวเองนะครับ

การเตรียมตัวก่อนฝึก
อายุของสุนัขที่เหมาะสมกับการฝึกคือ 2 เดือน การที่คุณจะฝึกให้เค้าทำตามคำสั่งได้นั้นจึงควรมีการให้รางวัลกับเค้าหากเค้าทำตามคำสั่ง และอาจมีการลงโทษเมื่อเค้าไม่ทำตาม

การให้รางวัลกับสุนัขแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ
1. การให้รางวัลด้วยขนมหรือของกิน
2. การให้รางวัลด้วยการสัมผัสโดยการลูบเบาๆ

การลงโทษก็สามารถแบ่งได้ออกเป็น 3 ระดับ คือ
1. การใช้เสียงดังที่สูงหรือต่ำกว่าปกติ
2. การใช้กระดาษม้วนๆ และตีให้เกิดเสียงดังข้างลำตัวของสุนัข
3. การตีที่ตัวสุนัขโดยตรง ซึ่งในจุดนี้ควรหลีกเลี่ยงการตีที่หัวของสุนัข

การฝึกสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน

การฝึกให้สุนัขขับถ่ายให้เป็นที่

การสอนให้สุนัขขับถ่ายให้เป็นที่จะช่วยให้คุณสะดวกในการทำความสะอาด และเพื่อสุขอนามัยของคนในบ้าน โดยสิ่งแรกที่คุณควรทำคือการสังเกตว่าสุนัขของคุณมักขับถ่ายบริเวณใด และเวลาช่วงใด ซึ่งโดยปกติสุนัขจะแสดงอาการให้เห็น เช่น การร้องคราง การดมกลิ่นที่พื้น หรือการวิ่งเป็นวงกลม โดยเมื่อคุณเห็นอาการเหล่านี้ ก็ควรอุ้มสุนัขยังบริเวณที่คุณจัดไว้เป็นที่ขับถ่ายของสุนัข เช่นบนกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือถ้าคุณอุ้มไปในบริเวณดังกล่าวไม่ทันก็ให้นำกระดาษไปเช็ดมูล หรือปัสสาวะของสุนัข แล้วนำไปวางไว้บริเวณที่คุณเตรียมไว้ เพราะกลิ่นจะเป็นตัวนำสุนัขไปขับถ่ายบริเวณนั้นเอง โดยในช่วงแรกของการฝึกให้สุนัขถ่ายในสถานที่ที่จัดไว้ให้นั้น หากคุณจะเก็บกระดาษที่ใช้เป็นที่สำหรับขับถ่ายของสุนัขคุณควรเหลือกระดาษที่มีกลิ่นไว้ด้วย เพื่อให้สุนัขกลับมาถ่ายที่เดิมอีกครั้ง

การฝึกการกินและนอน
การกินอาหารของสุนัข โดยเริ่มจากการให้อาหารในเวลาและบริเวณเดียวกันเหมือนกันทุกวัน โดยในระหว่างวันไม่ควรให้อาหารจุกจิกให้สุนัข โดยเฉพาะช่วงเวลาที่คุณกำลังรับประทานอาหารอยู่ไม่ควรนำอาหารให้กับสุนัขโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้สุนัขนิสัยเสียและยากต่อการแก้ไข ส่วนสถานที่หลับนอนนั้นก็ให้จัดหาสถานที่ที่จะเป็นที่นอนของสุนัขตั้งแต่วันแรกที่นำมาบ้าน และให้สุนัขนอนที่นั่นทุกวัน เพื่อให้สุนัขทราบว่าสถานที่นั่นคือที่นอนของมัน โดยในช่วงแรกสุนัขอาจจะร้องครางขอให้ท่านทนไว้ เมื่อมันชินกับสถานที่แล้วก็จะไม่มีปัญหาดังกล่าว แต่ถ้าท่านนำสุนัขไปนอนที่ห้องนอน จะทำให้มันเสียนิสัยและจะทำให้แก้ไขนิสัยได้ยากในภายหลัง

การฝึกไม่ให้สุนัขกัดหรือแทะสิ่งของ
ทางแก้ของพฤติกรรมนี้คือ คุณอาจหาอะไรมาให้สุนัขแคะเล่น เช่น กระดูกซึ่งทำจากหนังสัตว์ ลูกบอลสำหรับสุนัข แต่หากยังพบว่าสุนัขของคุณยังกัดแทะสิ่งของต่างๆ ในบ้าน คุณอาจแก้ด้วยการทำให้สิ่งของมีกลิ่นที่สุนัขไม่ชอบ เช่น การนำวาสลีนทาแล้วโรยพริกไทยบนสิ่งที่สุนัขกัด เมื่อสุนัขมาแทะ จะรู้สึกเผ็ด และไม่มากัดแทะอีก

ฝึกให้คุ้นเคยกับปลอกคอและสายจูง
การใส่ปลอดคอและสายจูงให้กับสุนัขถือเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานในการที่จะฝึกสุนัขในขั้นถัดไป ดังนั้นคุณควรฝึกให้สุนัขคุ้นเคยตั้งแต่ยังเด็ก เพราะหากมาหัดให้คุ้นเคยในตอนโตนั้นจะเป็นเรื่องยากมาก และคุณจะลำบากตอนจะพาสุนัขออกไปนอกบ้าน เพราะสุนัขจะไม่ยอมเดิน แต่จะสายวิญญาณมากลากเลื่อนลากคุณไปทุกที่ที่สุนัขต้องการจะไป หรือหากสายจูงหลุดมือก็จะทำให้คุณลำบากในการที่จะวิ่งไล่จับสุนัขของคุณได้ และสิ่งสำคัญอีกสิ่งคือปลอดคอของคุณไม่ควรที่จะมีกระดิ่งหรือกระพวน เพราะเสียงกระดิ่งจะทำให้ประสาทหูของสุนัขของคุณเสียไปได้

การฝึกให้ปฏิบัติตามคำสั่ง

การฝึกทุกอย่างเกิดจากความพยายามของคุณที่จะทำให้สุนัขของคุณทำตาม โดยจะต้องมีความอดทนและความสม่ำเสมอในการที่ฝึกสุนัขของคุณ เพราะคุณจะต้องทำซ้ำๆ จนกว่าสุนัขของคุณจะทำตาม

มา และ ชิด
โดยคำสั่งแรกคือ มา เพื่อเรียกสุนัขเข้ามาหา โดยในช่วงแรกถ้าเรียกแล้วสุนัขไม่มาก็ให้ใช้ขนมเพื่อหลอกล่อให้สุนัขมาหา แต่ไม่ควรใช้บ่อย เพราะถ้ามันติดนิสัยแล้วถ้าไม่มีขนมมันจะไม่มาหาคุณ หลังจากคุณสามารถเรียกสุนัขให้มาหาได้แล้ว ก็ตามด้วยคำสั่ง ชิด โดยให้ลูบที่ขาด้านซ้ายแล้วออกคำสั่ง โดยในช่วงแรกของการฝึกถ้าสุนัขไม่ยอมทำตามก็ให้คุณขยับตัวสุนัขมาอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ

นั่ง
เมื่อสุนัขเริ่มชินกับคำสั่ง มา และ ชิด แล้ว ให้คุณสอนคำสั่งนั่ง โดยเมื่อออกคำสั่งนั่ง ให้ใช้มือกดสะโพกสุนัขให้ต่ำลงจนอยู่ในท่านั่ง และใช้อีกมือรั้งสายจูงไว้เพื่อกันไม่ให้สุนัขนอนลง

หมอบ
จะเป็นขั้นต่อไปของนั่ง ซึ่งเมื่อคุณสั่งให้สุนัข มาและชิด แล้ว ก็ให้สั่งให้สุนัขหมอบ โดยกดสะโพกให้ต่ำลง พร้อมกับใช้มืออีกข้างดึงสายจูงให้ต่ำลง ทำให้หัวสุนัขอยู่ในระดับหมอบ

คอย
หลังจากสุนัขทำตามคำสั่งจนถึงคำสั่งหมอบแล้ว จากนั้นให้ใช้คำสั่งคอย และค่อยๆ ขยับตัวออกห่างจากสุนัข โดยให้มองดูว่าสุนัขขยับตัวหรือไม่ ถ้าขยับตัวให้ยกมือห้าม และออกคำสั่งคอยอีกครั้ง โดยเมื่อสุนัขทำได้แล้ว การยกเลิกคำสั่งคือการสั่งให้สุนัขมาหาด้วยคำสั่ง มา

หยุด
เป็นคำสั่งที่คุณจะต้องเอาจริงเอาจัง เพราะเป็นคำสั่งที่เหมือนการดุ หรือการสั่งห้ามไม่ให้สุนัขของคุณทำสิ่งที่ไม่ต้องการ โดยการฝึกเมื่อสั่งให้สุนัขหยุด ให้คุณกระตุกสายจูงเพื่อให้กระชับคอของสุนัข ทำให้สุนัขชะงักหรือหยุดการกระทำสิ่งนั้นๆ

การฝึกสุนัขให้ปฏิบัติตาม ควรฝึกระยะสั้นๆ แต่บ่อยๆ เพื่อไม่ให้สุนัขเกิดความเบื่อหน่าย