Showing posts with label สุนัขพันธุ์ต่างๆ - ไซบีเรียน ฮัสกี้. Show all posts
Showing posts with label สุนัขพันธุ์ต่างๆ - ไซบีเรียน ฮัสกี้. Show all posts

2009-05-21

อาหารสูตรเด็ดสำหรับน้อง ไซบีเรียน ฮัสกี้ กินยาก

ผมเจอปัญหานี้กับตัวเอง เนื่องจากว่าสุนัขที่บ้านเวลาเราซื้ออาหารหมามาใหม่ ในวันแรกมันจะกินมากกว่าปกติ จนเราหลงดีใจคิดว่ามันคงชอบ และไปซื้ออาหารหมามาเพิ่ม แต่แล้ว 2-3 วันให้หลัง มันก็แผลงฤทธิ์อีกแล้ว เอาอาหารว่างให้มันกิน มันมาดมแล้วก็เดินไปนอนเฉยเลย เล่นเอาเวียนหัวไปหมด เพราะเห็นมันอดก็กลัวว่ามันจะผอม และผมก็ได้ทำการค้นหาข้อมูลในเว็ปไซต์ต่างๆ เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยแต่ละเว็ปก็จะมีวิธีในการแก้ไขต่างๆ นาๆ เช่น
1. ถ้าให้อาหารแล้วไม่กิน ให้ใจแข็งเก็บอาหารไปเลย ถ้ามันหิวมันก็จะกินเอง
ผล: มันยอมอดไม่ยอมกิน 3-4 วันกินที แถมกินแค่นิดเดียวอีกต่างหาก กลุ้มจายสุดๆ
2. การที่มีสุนัขในบ้าน 2 ตัว ถ้าอีกตัวตะกละแยกของอีกตัว ตัวที่กินยากจะกินเอง
ผล: แทบไม่มีไรเปลี่ยนแปลง เพราะผมเลี้ยงไว้ 2 ตัว ตัวหนึ่งกินยากมาก อีกตัวกินไม่เลิกเลย ซึ่งตัวกินยากก็กินมากขึ้นหน่อยหนึ่ง แต่ก็ยังน้อยมากๆ
3. สูตรเด็ดของที่บ้าน ซึ่งพ่อเป็นผู้ค้นพบ ซึ่งก็เกิดจากการที่ให้อาหารปลาคราฟ แล้วพออาหารปลาหล่น คุณสุดแสบกินยากรีบมากินตลอด จึงทำให้ท่านพ่อคิดว่าถ้าเอาอาหารปลาคราฟไปผสมกับอาหารหมาปกติแล้วจะเป็นเช่นไร ซึ่งผลก็คือ มันกินเรียบหมดชาม แถมบางครั้งยังไปแย่งกับตัวที่ตะกละกินอีกต่างหาก โดยในตอนนี้ที่บ้านจะใช้สูตรอยู่ประมาณ 2 สูตร คือ
1. อาหารสำเร็จรูปของสุนัข + อาหารปลาดุกเม็ดกลาง + นมเล็กน้อย
2. อาหารสำเร็จรูปของสุนัข + หมูหยองโรยหน้า + นมเล็กน้อย
3. อาหารสำเร็จรูปของสุนัข + อาหารปลาดุกเม็ดกลาง + เนื้อสำหรับหมา + นมเล็กน้อย
แต่จากการสังเกตไม่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ฝังรากอยู่ในดีเอ็นเอหรือเปล่า เพราะถ้ามีพวกปลาใส่ในอาหารพวกมันจะชอบมาก และกินหมดอย่างรวดเร็ว
ถ้าเพื่อนๆ สนใจเชิญลองดูได้นะครับ หรือถ้ามี comment เพิ่มเติมก็แชร์กันได้ครับ

การผสมพันธุ์สุนัข ไซบีเรียน ฮัสกี้

การผสมพันธุ์สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้ ควรทำเมื่อเพศเมียมีอายุอย่างน้อย 18 เดือน และควรผสมพันธุ์หลังจากวันที่เป็นสัตวันแรกแล้ว 9 วัน แต่อย่างไรก็ตามถ้าคุณไม่แน่ใจว่าสุนัขของคุณพร้อมที่จะผสมพันธุ์แล้วหรือไม่ ก็สามารถนำไปตรวจตามสัตวแพทย์ได้ โดยถ้าต้องการจะนำสุนัขไปผสมพันธุ์นั้น ก็ควรจะดูแลเรื่องอาหารการกินของสุนัขให้ดี ให้กินอาหารให้ครบถ้วนแต่ก็ไม่ควรให้กินมากเกินไปจนกลายเป็นโรคอ้วน ซึ่งจะทำให้การผสมพันธุ์มีความสำเร็จน้อยลง

อาการเป็นสัตในสุนัขเพศเมีย
ปกติจะมีอาการเป็นสัตปีละ 2 ครั้ง คือทุกๆ 6 เดือน ระยะเวลาในการเป็นสัตประมาณ 18 วัน สัญญาณที่จะบ่งบอกว่าสุนัขเพศเมียเป็นสัตคือในสัปดาห์แรก อวัยวะเพศจะบวม สัปดาห์ที่สอง จะมีเลือดออกมาทางช่องคลอด และสัปดาห์ีที่สาม อาการบวมแดงของอวัยวะเพศจะลดลง หลังจากนั้นจะอยู่ในช่วงพัก

การตั้งท้อง
ปกติแม่สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้ จะตั้งท้องนานประมาณ 58-65 วัน ระยะที่ตั้งท้องนี้ต้องระวังดูแลเป็นพิเศษ ไม่ควรให้กระโดดโลดเต้น เล่นแรงๆ หรือทำให้สุนัขตกจากที่สูง แม้แต่การอาบน้ำก็ต้องระวัง เพราะการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของร่างกายอย่างกะทันหัน อาจทำให้แท้งลูกได้ และในช่วงนี้ควรให้อาหารที่มีคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสม และเมื่อใกล้คลอดควรเพิ่มปริมาณคุณค่าทางสารอาหารให้เพียงพอจริงๆ เพราะระยะนี้ลูกสุนัขในท้องจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

การคลอด
การคลอดลูกของสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้นั้นจะมีอาการบอกก่อนประมาณ 2 วัน เช่น ไม่กินอาหาร มีอาการกระวนกระวาย แต่ถ้าหากว่าสุนัขใกล้คลอดเต็มที่ จะสามารถสังเกตได้จากการที่สุนัขจะเริ่มมีเยื่อเมือกไหลออกมาทางอวัยวะเพศ และสุนัขจะเริ่มหอบ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้นั้นสามารถคลอดลูกด้วยตัวเองได้ แต่ถ้าหากคุณไม่แน่ใจก็ควรคอยอยู่ใกล้ๆ โดยในการคลอดลูกของสุนัขจะกัดถุงน้ำคร่ำและสายสะดือให้ขาด พร้อมกับเลียตัวลูกเพื่อทำความสะอาด แต่ถ้าสุนัขไม่ทำให้ถุงน้ำคร่ำแตกออกคุณก็ควรจะช่วยด้วยการฉีกถุงน้ำคร่ำออกด้วยมือที่ล้างอย่างสะอาด แล้วเอาลูกสุนัขออกจากถุง เช็ดทำความสะอาดลูกสุนัข และหากว่าลูกสุนัขไม่มีอาการตอบสนอง ให้คุณจับลูกสุนัขยกขึ้นโดยเอาหัวห้อยลงเพื่อให้ของเหลวต่างๆ ไหลออกจากปากและจมูก หลังจากนั้นก็มัดสายสะดือและตัดด้วยมีดสะอาด ป้ายยาทิงเจอร์ไอโอดีน แล้วส่งลูกสุนัขคืนแม่เพื่อจะได้กินนมแม่ และโดยปกติแล้วสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้ จะคลอดลูกครั้งละประมาณ 8 - 10 ตัว ระยะเวลาในการคลอดห่างกันแต่ละตัวไม่แน่นอน ซึ่งอาจประมาณ 5 นาที ถึง 3 ชั่วโมง และในบางครั้งการคลอดอาจกินเวลานานถึง 15 ชั่วโมงก็ได้

การหย่านม
ลูกสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้ จะลืมตาได้เต็มที่เมื่ออายุ 7-10 วัน แล้วจะเริ่มคลานไปหาแม่สุนัขเองโดยสัญชาตญาณ โดยในระหว่างนี้คุณอาจให้นมอื่นเสริมได้ เพื่อฝึกให้ลูกสุนัขกินนมจากถ้วยที่ใส่นม และจากนั้นอีก 1 เดือนก็ให้ผสมเนื้อสัตว์หรืออาหารสุนัขสำหรับลูกสุนัข โดยให้เพิ่มทีละน้อย แล้วค่อยๆ ลดปริมาณนมลงจนกระทั่งกินอาหารธรรมดาที่ไม่มีนมได้ การให้อาหารสำหรับลูกสุนัขควรให้ 4 มื้อต่อวัน จนสุนัขโตเต็มที่จึงค่อยๆ ลดมือลง

การเลี้ยงและดูแลสุนัข ไซบีเรียน ฮัสกี้

การนำสุนัขใหม่เข้ามาในบ้านควรเป็นวันที่คุณมีเวลาว่างทั้งวัน และเป็นช่วงเวลาเช้า เพราะสุนัขจะได้มีเวลาทำความคุ้นเคยกับสถานที่และกับคุณด้วย โดยสิ่งที่คุณต้องทำเพื่อที่จะเลี้ยงและดูแลเค้าให้ดีคือ

1. การจัดหาที่หลับนอน
สถานที่หลับนอนของไซบีเรียน ฮัสกี้ ควรจะกั้นคอกให้เค้าให้เป็นสัดส่วน มีขนาดใหญ่ แข็งแรง อากาศถ่ายเทสะดวก และมีมุ้งลวดเพื่อป้องกันยุง และถ้าคุณไม่คิดที่จะให้สุนัขของคุณนอนในบ้าน ก็ไม่ควรจะให้สุนัขนอนในบ้านตั้งแต่คืนแรก เพราะจะทำให้แก้ไขนิสัยได้ยาก

2. สถานที่ขับถ่าย
คุณควรกำหนดบริเวณขับถ่ายของสุนัขของคุณให้เรียบร้อยตั้งแต่แรก โดยต้องฝึกการขับถ่ายให้เป็นที่ของสุนัขของคุณ (ดูได้จากการฝึกสุนัข) เพื่อลดภาระของคุณในการทำความสะอาด และเพื่อสุขลักษณะที่ดีของสุนัขของคุณ

3. การออกกำลังกาย
การออกำลังกายเป็นสิ่งที่สำคัญมากของเจ้าไซบีเรียน ฮัสกี้ เพื่อให้เจ้าตัวน้อยมีความสุขที่ได้อยู่กับคุณ รวมถึงเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของสุนัขเองด้วย และด้วยอุปนิสัยที่มีความกระตือรือร้น และชอบสิ่งใหม่ๆ การได้ออกไปออกำลังกายนอกบ้านจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ไซบีเรียน ฮัสกี้ มีความสุขมากๆ และนอกจากนี้การพาไปออกกำลังกายยังมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหากินยากของเจ้าไซบีเรียน ฮัสกี้ได้อีกทางหนึ่ง

4. การอาบน้ำ
การอาบน้ำเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเลยสำหรับไซบีเรียน ฮัสกี้ หากว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สกปรก โดยหากต้องอาบน้ำ ก็ควรเลือกใช้แชมพูอาบน้ำสุนัขโดยเฉพาะ และควรเป็นแชมพูที่มีความอ่อนโยนมากๆ และสิ่งที่สำคัญที่สุดของไซบีเรียน ฮัสกี้ก็คือ เมื่อคุณอาบน้ำให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องใช้ไดร์เป่าขนให้แห้งสนิท เพราะถ้าคุณปล่อยให้เค้าตัวแห้งเอง ขนด้านในของไซบีเรียน ฮัสกี้ จะไม่แห้ง และอาจทำให้เป็นโรคผิวหนังได้

5. การตัดเล็บ
นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แทบไม่จำเป็นเลยสำหรับเจ้าไซบีเรียน ฮัสกี้ เพราะว่ามันเป็นสุนัขที่มีความกระตือรือร้นมาก มันมักจะไม่หยุดอยู่กับที่นิ่งๆ ซึ่งทำให้เจ้าของตัดเล็บให้ัมันลำบากมาก (ผมต้องตัดให้มันตอนหลับ ไม่งั้นมันวิ่งหนีโลด) และเพราะมันชอบที่จะออกกำลังกาย ซึ่งคือการวิ่ง การกระโดด จึงทำให้เล็บของมันฝนกับพื้นและทำให้สั้นลงอยู่แล้วโดยธรรมชาติ จึงทำให้ไม่ต้องห่วงในส่วนนี้มาก แต่อย่างไรก็ตามคุณก็ควรที่จะดูในส่วนนี้ด้วยว่าเล็บของไซบีเรียน ฮัสกี้ของคุณนั้นยาวเกินไปหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการเดินของสุนัขของคุณ

6. การทำความสะอาดหู
การเช็ดหูเจ้าไซบีเรียน ฮัสกี้นั้น คุณควรระวังอย่างมาก เนื่องจากนิสัยของมันที่ไม่ยอมหยุดนิ่งอยู่กับที่ โดยมันอาจพยายามดิ้นหนีคุณขณะที่กำลังทำความสะอาดหูอยู่ก็ได้ และในการทำความสะอาดนั้นอาจใช้น้ำยาเช็ดหูที่มีจำหน่ายตามร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงก็ได้

ลักษณะนิสัยของสุนัข ไซบีเรียน ฮัสกี้


อุปนิสัย
เป็นสุนัขที่มีความเฉีียวฉาด อารมณ์ดี ตื่นตัวตลอดเวลา กระโดดโลดเต้น ขี้เล่น สนใจสิ่งแปลกใหม่ โดยถ้าเปรียบเทียบแล้ว ไซบีเรียน ฮัสกี้ ก็ไม่ต่างกับเด็กเล็กๆ ที่อยากรู้อยากเห็นไปหมดทุกอย่าง นอกจากนี้ ไซบีเรียน ฮัสกี้ ยังเป็นสุนัขนักประชาสัมพันธ์ ชอบที่จะแจกมิตรไปทั่ว ดังนั้นหากมีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน มันก็พร้อมที่จะทักทายประหนึ่งเหมือนเคยรู้จักกันมานาน ไซบีเรียน ฮัสกี้ จึงไม่เหมาะสมกับการเลี้ยงไว้เพื่อเฝ้าบ้าน แม้ว่าลักษณะภายนอกจะดูสง่างาม น่าเกรงขาม น่ากลัว แต่โดยเนื้อแท้แล้วเป็นสุนัขใจดี ขี้เล่นเป็นที่สุด

สัญชาตญาณนักล่า
สัญชาตญาณจับสัตว์อื่นเป็นอาหารในสุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้นั้นมีมาก พวกมันมีความรวดเร็ว และฉลาดแกมโกงในเกมการล่าอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องมีความระมัดระวังสัตว์เล็กๆ ที่อยู่ในบ้านและรอบบ้าน เช่น กระรอก กระต่าย นก หนูตะเภา และน้องแมว ซึ่งอาจจะตกเป็นเหยื่อให้กับสัญชาตญาณการล่าของพวกมัน

การกระโดดโลดเต้น
ไซบีเรียน ฮัสกี้ โดยเฉพาะอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป มักจะชอบกระโดดโลดเต้น ควบวิ่ง โถมใส่ มันเป้นสุนัขที่มีพลังเหลือเฟือ ชอบเล่นแรงๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะคำนวณพลังของตัวเองไม่ถูก ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ไม่ว่าจะเป็นกับข้าวของต่างๆ ภายในบ้าน รวมถึงคนที่อยู่ในบ้านด้วย ดังนั้นหากมีเด็กเล็กๆ หรือคนแก่อยู่ภายในบ้าน ก็คงระวังเป็นอย่างยิ่ง

ความดื้อรั้น
ไซบีเรียน ฮัสกี้ เป็นสุนัขที่มีความคิดเป็นอิสระ และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง พวกมันมีความดื้อรั้นพอสมควร และมีสัญชาตญาณของการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ทั้งยังต้องการจะประกาศตัวเองเป็นจ่าฝูง ดังนั้นหากต้องการจะฝึกสุนัขพันธุ์นี้ให้ทำตามคำสั่งแล้วละก็ จะต้องแสดงให้พวกมันรู้และยอมรับว่าเราเป็นจ่าฝูงของพวกมัน และสิ่งที่เราสั่งให้มันทำเป็นสิ่งที่พวกมันต้องทำจริง

ลักษณะของสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้

ไซบีเรียนฮัสกี้มีรูปร่างลักษณะภายนอกคล้ายกับอลาสกันมาลามิวเช่นเดียวกับสายพันธุ์อื่นๆที่พัฒนาสายพันธุ์มาจากสุนัขวงศ์สปิตซ์เช่นซามอย ไซบีเรียนมีขนหนาแน่นกว่าสุนัขสายพันธุ์อื่นมีสีและรูปแบบขนที่หลากหลาย โดยปกติมีสีขาวที่เท้า, ขา,ท้อง, รอบตาหรือเป็นหน้ากากที่หน้าและที่ปลายหาง ทั่วไปมีสีดำ-ขาว, เทา-ขาว, ทองแดง-ขาว, และขาวปลอดและยังมีแบบที่เป็นเอกลักษณะเฉพาะ เช่น สีอ่อน แต้มจุด แว่นตา ฯลฯ บางครั้งก็มีลักษณะคล้ายหมาป่าเกิดขึ้น แม้ว่าในการพัฒนาพันธุ์ไม่มีความใกล้ชิดกับหมาป่าหรือสายพันธุ์ที่ใกล้ชิดเลยคิดว่าเกิดจากการเพาะพันธุ์ที่ไซบีเรียแล้ว

ตา: สีตาของไซบีเรียนฮัสกี้ที่เป็นที่ยอมรับมีสีฟ้าหรือน้ำตาลเข้ม, เขียว, น้ำตาลอ่อน, เหลือง/อำพัน, “แก้วตาหลายสี” หรือตาเฮเซล(Hazel) เป็นจุดบกพร่องร้ายแรงที่แสดงวงสีต่างกันในแก้วตา รวมถึงตาข้างนึงสีน้ำตาลอีกข้างสีฟ้า (complete heterochromia) หรือตาข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างมีสี”แบ่งส่วน” น้ำตาลครึ่งฟ้าครึ่ง (partial heterochromia) นี่คือสีตาทั้งหมดที่ถูกพิจารณายอมรับโดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (สหรัฐอเมริกา) ตาต้องเป็นรูปอัลมอนด์เว้นระยะห่างกันปานกลาง วางตัวเฉียงเล็กน้อย

หูและหาง: หูเป็นรูปสามเหลี่ยม, มีขนสมบูรณ์, ขนาดกลาง, และ ตั้งชันความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยๆในการพัฒนาพันธุ์โดยสมาคมพัฒนาพันธุ์ สุนัขเช่นสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (สหรัฐอเมริกา) ที่มีรูปหูที่เรียกว่าหูผึ่ง(prick ears) มันหางเป็นพู่เหมือนหางหมาจิ้งจอกรูป เคียวโค้งเหนือหลังและลากหางไปด้านหลังเมื่อเคลื่อนไหว ไซบีเรียนฮัสกี้ส่วนมากมีสีขาวตรงปลายหาง หางต้องไม่โค้งจนแตะหลังเหมือนสปิตซ์สีออกแกมขาว

ขน: ขนของไซบีเรียนฮัสกี้มี 2 ชั้น ขนชั้นในที่หนาแน่นและขนชั้นนอกที่ยาวกว่าขนชั้นนอกยาวตรงและบางส่วนเหยียด เรียบไม่ชี้ชันตั้งตรงจากลำตัวที่สามารถปกป้องมันจากความรุนแรงของฤดูหนาว ขั้วโลกเหนือได้แต่ขนที่หนานั้นทำให้มันยากที่อยู่อย่างสบายได้ในฤดูร้อน ส่วนขนยาวแบบที่เรียกว่า “ฮัสกี้ขนแกะ(wooly huskies)” นั้นไม่เป็นที่ยอมรับและไม่มีสิทธิ์ลงแข่งในสนามประกวด

จมูก: จมูก ของไซบีเรียนฮัสกี้มีสีดำในสีเทาในสุนัขสีแทนและสีดำสีเลือดหมูในสุนัขสีทอง แดง และอาจจะมีสีเนื้อในสุนัขสีขาว ไซบีเรียนฮัสกี้บางตัวมีจมูกที่เรียกว่า “จมูกหิมะ” เป็นสภาวะที่เรียกว่าผิวด่าง(hypopigmentation)ในสัตว์
และสุนัขที่มี “จมูกหิมะ” นั้นสามารถลงประกวดได้ ในสุนัขระดับประกวดไม่ค่อยจะมีจมูกทรงแหลมหรือสี่เหลี่ยมนัก

ขนาด: เพศผู้ สูง : 21 - 23.5 นิ้ว (53.5 - 60 ซ.ม.) น้ำหนัก : 45 - 60 ปอนด์ (20.5 - 28 กิโลกรัม)
            เพศเมีย  สูง : 20 - 22 นิ้ว (50.5 - 56 ซ.ม.) น้ำหนัก : 35 - 50 ปอนด์ (15.5 - 23 กิโลกรัม)

อารมณ์: ไซบีเรียนฮัสกี้ก็เหมือนสุนัขใช้งานทั่วๆไปที่มีพลังงานสูงต้องการการออกกำลัง มาก มันควรได้รับการปฏิบัติแบบเพื่อนเดินทางและสุนัขลากเลื่อนไม่ใช่สุนัข อารักขา การรวมกันของปัจจัยนี้ส่งผลให้ไซบีเรียนฮัสกี้มีจิตประสาทที่สุภาพอ่อนโยน และซื่อสัตย์ ชาวอินูอิต(Inuit)พัฒนาสายพันธุ์นี้ขึ้นมาเพื่อใช้ลากเลื่อนหนักเป็นระยะทางไกลๆและสามารถเอาตัวรอดได้การภูมิประเทศที่หนาวเย็นแบบทรุนดรา(tundra)และช่วยในการล่าสัตว์

พฤติกรรม: พฤติกรรมของไซบีเรียนฮัสกี้ถูกมองว่าเป็นตัวแทนบรรพบุรุษของสุนัขบ้าน นั่นก็คือหมาป่า มันแสดงออกในรูปแบบพฤติกรรมของเทือกเถาเหล่ากอแบบกว้างๆ บ่อยครั้งที่ชอบหอนมากกว่าเห่า การ แสดงออกที่มากเกินไปเกิดจากการถูกขับด้วยสัญชาตญาณในการล่า บุคลิกลักษณะของสุนัขที่เกิดจากการเพาะพันธุ์บ่อยครั้งที่เห็นได้ชัดใน พฤติกรรมการละเล่นไล่จับสิ่งต่างๆในสิ่งแวดล้อมที่สุนัขแสดงออกมาคล้ายกับ สุนัขล่าเนื้อมากกว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง มันชอบวิ่งเป็นพิเศษ น่าจะเป็นเพราะจากประวัติการเพาะพันธุ์ในอเมริกาเหนือ ในการฝึกสุนัขให้เชื่อฟังคำสั่งควรใช้เวลา 15 นาที/วันดีที่สุดและทำทุกๆวัน

สุขภาพ: ไซบีเรียนฮัสกี้มีอายุเฉลี่ยราวๆ 12 -16 ปี ข้อบกพร่องในตาแต่กำเนิดที่พบจากการเพาะพันธุ์ เช่น ต้อกระจกนิ่ม,กระจกตาเจริญผิดเพี้ยน, และจอตาฝ่อรุกลามการเจริญผิดปรกติของเอวก็พบได้บ่อยเช่นกันในการเพาะเลี้ยงเหมือนกับสุนัขขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ทั่วไป ไซบีเรียนฮัสกี้ที่เป็นสุนัขลากเลื่อนอาจมีโรคอื่นๆอีกเช่น โรคกระเพาะ, หลอดลมอักเสบ(ski asthma), และแผลใน

ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky)

ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Sibirskiy Haski) เป็นสุนัขขนาดกลางขนฟูแน่น จัดอยู่ในกลุ่มสุนัขใช้งานมีต้นกำเนิดทางตะวันออกของไซบีเรีย เพาะพันธุ์มาจากสุนัขในวงศ์สปิตซ์ มีลักษณะขม 2 ชั้นฟูแน่น, หางรูปเคียว, หูเป็นรูปสามเหลี่ยมตั้งชัน
และลายที่เป็นลักษณะเฉพาะแข็งแรง คล่องแคล่ว เต็มไปด้วยพลังและยืดหยุ่นเป็นคุณสมบัติที่สืบทอดจากบรรพบุรุษที่มาจากสิ่งแวดล้อมที่หนาวเย็นอย่างรุนแรงของไซบีเรียและการเพาะพันธุ์ของชาวชุกชี(Chukchi)ที่อาศัยอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเอเชียมันถูกนำเข้ามาในอะแลสกา ระหว่างช่วงตื่นทองที่เมืองนอมน์(Nome)
และแพร่เข้าสู่สหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาในฐานะสุนัขลากเลื่อน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นสุนัขเลี้ยงตามบ้านในภายหลังอย่างรวดเร็ว

ประวัติความเป็นมาสุนัข ไซบีเรียน ฮัสกี้

ในสุนัขทุกสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาพันธุ์เป็นผลมาจากบรรพบุรุษเดียวกันนั่นคือสุนัขป่าโบราณ(วงศ์ Canidae) สุนัขเอซคิโม(สุนัขลากเลื่อน)เป็นสุนัขที่มีภาพลักษณ์กระตือรือร้นอย่างไซบีเรียนฮัสกี้, ซามอย, และอลาสกันมาลามิว ที่สืบสายตรงจากสุนัขลากเลื่อน การวิเคราะห์ดีเอ็นเอที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆนี้ช่วยยืนยันว่ามันเป็นหนึ่งในสุนัขที่มีการเพาะเลี้ยงมาแต่โบราณดังที่เห็นได้จากอลาสกันมาลามิว คำว่า “ฮัสกี้(husky)” ได้มาจากชื่อที่ใช้เรียกชาวอินนูอิต(Inuit)ว่า”ฮัสกี้ส์(huskies)” โดยคณะสำรวจคนขาว(Caucasian)คณะแรกๆที่มาถึงแผ่นดินของพวกเขา ส่วนคำว่า “ไซบีเรียน(Siberian)” ได้มาจากไซบีเรียนั่นเองเนื่องจากความคิดที่ว่าสุนัขลากเลื่อนนี้ถูกใช้ในการข้ามสะพานแผ่นดิน(landbridge)ของช่องแคบเบอร์ริ่งที่เป็นทางเข้าสู่หรือออกจากมลรัฐอะแลสกา, ซึ่งทฤษฎีนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในหมู่ผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้า สุนัขที่สืบเชื้อสายมาจากสุนัขเอซคิโมสามารถพบได้ตลอดซีกโลกด้านเหนือจากไซบีเรียถึงประเทศแคนาดา, มลรัฐอะแลสกา, กรีนแลนด์, ลาบราดอร์(Labrador), และเกาะบัฟฟินค์(Baffin Island)

ไซบีเรียน ฮัสกี้ เริ่มเป็นที่รู้จักกันในอเมริกาเหนือเมื่อเกือบหนึ่งร้อยปีมาแล้ว โดยนายวิลเลียม กูซัค พ่อค้าชาวรัสเซียที่เดินทางโดยใช้ไซบีเรียน ฮัสกี้ลากเลื่อนเข้ามาค้าขายขนสัตว์ทางเมืองนอม มลรัฐอลาสกา สหรัฐอเมริกา จากนั้นนายกูซัคได้นำทีมไซบีเรียน ฮัสกี้ เข้าร่วมการแข่งขันลากเลื่อนระยะทาง 408 ไมล์ โดยมีเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะถึง 10,000 ดอลล่าร์ และแน่นอนเมื่อมีการแข่งขันก็ต้องมีการพนันเกิดขึ้น แต่ในการแข่งขันครั้งนั้นไม่มีใครให้ความสนใจลงเดิมพันกับเจ้าฝูงสุนัขตัวเล็กๆ ของกูซัคเลย เพราะมันยังไร้นาม ไร้ประวัติ ไร้คนรู้จัก ดูแล้วไม่น่าจะชนะได้เมื่อเทียบกับสุนัขทีมอื่นๆ ที่เคยได้ครองแชมป์ของที่นั่นมาแล้ว และด้วยขนาดตัวของไซบีเรียน ฮัสกี้ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าสุนัขพื้นเมือง คนพื้นเมืองจึงเรียกสุนัขของกูซัคว่า “เจ้าหนูไซบีเรียน” (Siberian Rats) และสำหรับผลการแข่งขันในครั้งนั้น เจ้าหนูไซบีเรียน ก็ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง เพราะมันได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในหลายการแข่งขัน และภายใน 2 ปี ชื่อของ เจ้าหนูไซบีเรียน จึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อสายพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ ดังเช่นปัจจุบัน และหลังจากนั้น

ในอีก 17 ปีต่อมาได้เกิดโรคคอตีบระบาดขึ้นในเมืองนอม เซรั่มที่จะนำมารักษาอาการเจ็บป่วยอยู่ไกลออกไปถึง 600 ไมล์ จึงมีการจัดสุนัขลากเลื่อนไซบีเรียน ฮัสกี้ 20 ตัว มีเจ้าบัลโต้ และมีนายลีโอนาร์ด เซพพาร่า ชาวนอเวย์ (หนึ่งในคณะที่มีแผนพิชิตการเดินทางโดยใช้ ไซบีเรียน ฮัสกี้ ลากเลื่อนจากขั้วโลกใต้สู่ขั้วโลกเหนือ แต่แผนการทั้งหมดต้องยกเลิกไปเนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1) อาสาเป็นผู้ขับเลื่อนไปรับเซรั่มกลับมาท่ามกลางพายุหิมะได้สำเร็จ และจากความสำเร็จในครั้งนั้นจึงได้มีการสร้างอนุสาวรีย์บัลโต้ ตั้งอยู่ที่นิวยอร์ค เซ็นทรัลปาร์ค เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับเหล่าสุนัขลากเลื่อนฝูงดังกล่าว

และหลังจากนั้นในปี 1930 จึงได้มีการกำหนดมาตรฐาน เพื่อให้เป็นมาตรฐานสายพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ ขึ้นอย่างเป็นทางการ และในที่สุดก็ได้รับรองมาตรฐานสายพันธุ์จาก สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ America Kennel Club (AKC)

รายละเอียดที่ได้จัดทำในส่วนของไซบีเรียน ฮัสกี้


ลักษณะนิสัยของสุนัข ไซบีเรียน ฮัสกี้